|
|
|
|
|
|
|
|
|
Lexus LFA หรูแรงแค่ 500 คัน
|
|
|
ทิ้ง ระยะนานรวม 4 ปีนับจากการเปิดตัวเวอร์ชันต้นแบบที่งานโชว์ในดีทรอยต์เมื่อปี 2005 ตอนนี้เล็กซัส แบรนด์ระดับหรูของโตโยต้า เดินหน้าลุยตลาดซูเปอร์คาร์ครั้งใหม่ด้วย LFA ความสปอร์ตที่เพียบพร้อมด้วยความหรูและความแรง ด้วยเครื่องยนต์วี10 4,800 ซีซีบล็อกใหม่ล่าสุดที่ได้รับการเติมความร้อนแรงด้วยตัวเลขของแรงม้าในระดับ เกิน 500 ตัว
|
เล็กซัสนำ LFA ออกเปิดตัวครั้งแรกในงาน โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2009
ที่ประเทศญี่ปุ่น และแม้ว่าจะใช้ชื่อรุ่นแบบเดียวกับต้นแบบ
แต่ทว่ารายละเอียดของรูปลักษณ์รอบคัน
โดยเฉพาะด้านหน้ากลับได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดแต่ก็มีกลิ่นอายของเค้าโครง
จากตัวต้นแบบด้วยเช่นกันอย่างท่อไอเสียแบบ 3
ท่อวางเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมและติดตั้งอยู่ตรงกลางตรงส่วน Diffuser
ของกันชนหลัง ซึ่งเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของสปอร์ตรุ่นนี้ก็ว่าได้
|
|
|
ตัวรถได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ Front-Mid Engine
ซึ่งเครื่องยนต์ว่างด้านหน้า
โดยเครื่องยนต์จะถูกร่นให้ชิดกับผนังห้องเครื่องมากที่สุดและแนวด้านหน้าของ
ตัวเครื่องก็จะวางอยู่ด้านหลังของแนวเพลาหน้า
เพื่อประโยชน์ในเรื่องของการกระจายน้ำหนักระหว่างด้านหน้าและหลัง
และชุดเกียร์แบบซีเควนเชียล 6 จังหวะก็วางอยู่ด้านท้ายตรงเพลาท้าย ทำให้
LFA มีตัวเลขอยู่ที่ 48:52% ขณะ
ที่มิติตัวถังมีความยาว 4,505 มิลลิเมตร กว้าง 1,895 มิลลิเมตร สูง 1,220
มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,605 มิลลิเมตร เพิ่มความดุดันด้วยล้อแม็กแบบ
Forged ขนาด 20 นิ้วของ BBS ทีมวิศวกรของเล็ก
ซัสจัดการนำวัสดุที่มีน้ำหนักเบามาใช้ตามจุดต่างๆ ของตัวรถ เช่น
คาร์บอนไฟเบอร์ หรือ CFRP-Carbon Fiber Reinforce Plastic
สำหรับผลิตชิ้นส่วนตัวถัง และแกนของพวงมาลัย,
อะลูมิเนียมสำหรับชิ้นส่วนในระบบกันสะเทือนซึ่งด้านหน้าเป็นแบบปีกนก 2
ชั้นและด้านหลังแบบมัลติลิงก์ หรือดิสก์เบรกที่ผลิตจากคาร์บอนเซรามิก หรือ
CCM-Carbon Ceramic Material ซึ่งด้านหน้ามีขนาด 390 มิลลิเมตรและด้านหลัง
360 มิลลิเมตร รวมถึงถอดอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น ระบบเครื่องเสียงออกไป
(แต่สามารถเลือกติดตั้งได้โดยเป็นออพชั่น) ผลคือ ตัวรถมีน้ำหนักอยู่ที่
1,480-1,580 กิโลกรัมเท่านั้น
|
|
เครื่องยนต์เป็นบล็อกใหม่ล่าสุดในรหัส 1LR-GSE
ที่ทางยามาฮ่ามีส่วนร่วมในการพัฒนา
และทางเล็กซัสเคยนำออกทดสอบในสนามแข่งมาแล้วในรายการ 24
ชั่วโมงที่นูร์บูร์กริงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยตัวบล็อกเป็นแบบวี10
ทวินแคม 40 วาล์ว พร้อมวาล์วแปรผันแบบ Dual VVT-i มีความจุ 4,805 ซีซี
พร้อมกำลังสูงสุด 552 แรงม้า ที่ 8,700 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 48.9
กก.-ม. ที่ 6,800 รอบ/นาที หรือคิดออกมาแล้วมีกำลังต่อลิตรอยู่ที่ 115
แรงม้า/ลิตร พร้อมระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump
ทำให้สามารถวางเครื่องยนต์ได้ต่ำลงเพื่อประโยชน์ในเรื่องจุดศูนย์ถ่วงของตัว
รถ
|
|
เมื่อจับคู่กับเกียร์แบบซีเควนเชียล ASG-Automated Sequential
Gearbox แบบ 6 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 3.7
วินาที และความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตร/ชั่วโมง
แต่ที่เหนือกว่านั้นคือการเอาใจใส่ต่อเสียงคำรามของเครื่องยนต์
ซึ่งมีการปรับปรุงให้เสียงของเครื่องยนต์เวลาที่รอบเครื่องยนต์ตวัดเพราะการ
กระแทกคันเร่งตอบสนองได้ไม่แตกต่างจากเครื่องยนต์ของรถแข่งฟอร์มูลา วัน
ซึ่งในอดีตเคยใช้เครื่องยนต์วี10 ก่อนเปลี่ยนมาเป็นวี8 ในยุคปัจจุบัน การ
ผลิตของ LFA จะอยู่ที่โรงงาน Motomachi
ของโตโยต้าในประเทศญี่ปุ่นด้วยการผลิตออกมาเพียง 500 คันเท่านั้น
หรือคิดแล้วเฉลี่ย 20
คันต่อเดือนเพื่อให้ตัวรถมีความประณีตและพิถีพิถันสมกับเป็นซูเปอร์คาร์ระ
ดับไฮเอนด์
เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ก็จะได้รับการผลิตและประกอบโดยวิศวกรเพียงคนเดียว
ต่อ 1 บล็อกเหมือนกับของ AMG ส่วนราคาอยู่ที่ 368,000 ยูโร หรือ 18.4 ล้านบาท เข้าบ้านเราเท่าไรลองเอา 3 คูณดู น่าจะได้ตัวเลขคร่าวๆ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
แหล่งที่มา
|
:
|
ผู้จัดการ
|
|
วันที่
|
:
|
2 พฤศจิกายน 2552
|
|
เวลา
|
:
|
13:22
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|